ย้อนรอยประวัติศาสตร์ชาติไม่ลืมเมื่อไทยเคยประกาศเคอร์ฟิว

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ชาติไม่ลืมเมื่อไทยเคยประกาศเคอร์ฟิว

ย้อนอดีตไม่เคยลืม ไทยเคยประกาศเคอร์ฟิว จากการรัฐประหาร สลายม็อบฝ่ายต้าน

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ในที่สุดข่าวลือที่มีมาตั้งแต่เช้าวันที่ 24 มี.ค. ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็เป็นจริง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาแถลงยืนยันการประกาศใช้ เพื่อยกระดับในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มใช้ 26 มี.ค.นี้

ส่วนการจะประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน หรือที่เรียกว่า "เคอร์ฟิว" ต้องติดตามจะมีการกำหนดระยะเวลาการออกจากเคหสถานตามพื้นที่ที่กำหนดเพิ่มเติมหรือไม่ เบื้องต้นจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน แต่เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

เมื่อย้อนไปในอดีต เคยมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งเป็นมาตรการกฎหมายขั้นเข้มข้น สืบเนื่องจากการทำรัฐประหาร และชุมนุมทางการเมือง ในการประกาศห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากเคหสถานตามพื้นที่ที่กำหนด ตามระยะเวลาที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการประกาศภายหลังที่มีการประเมินแล้วว่าสถานการณ์จำเป็นกำหนดขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือให้ความสะดวกต่อการปราบปรามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเป็นการสะดวกในการแยกแยะกลุ่มผู้ชุนุม หรือกลุ่มผู้ก่อการร้าย เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ จนกว่าจะนำประเทศกลับสู่ภาวะปกติ

การประกาศเคอร์ฟิว เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2519 จากการรัฐประหาร โดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่มีพลเรือเอกสงัด ชลอ อยู่เป็นผู้นำ อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก ห้ามประชาชนในท้องที่กรุงเทพฯออกนอกเคหสถาน หลังเกิดเหตุการณ์นองเลือดในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจากนั้นเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2520 คณะปฏิวัตินำโดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ อาศัยตามคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับที่ 4 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2520 ห้ามประชาชนในเขตกรุงเทพฯออกนอกเคหสถาน ภายหลังคณะทหารทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี

ในสมัยที่กองกำลังรักษาพระนคร โดยมี พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งขณะนั้นติดยศ "พล.ต." ดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านฝ่ายกบฏยังเติร์ก พยายามทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ระหว่างวันที่ 1-3 เม.ย. พ.ศ. 2524 โดยมีการประกาศทั่วกรุงเทพมหานคร ใครมีธุระ จะต้องรีบกลับบ้านให้ทันก่อนเวลาที่ห้าม อย่าฝ่าฝืนออกนอกบ้านยามวิกาล ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด

นอกจากนี้ในสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" มีประชาชนเคลื่อนไหวประท้วงรัฐบาล ต่อต้านขับไล่ พล.อ.สุจินดา ในการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) มีการปราบปรามและปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารกับประชาชนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จนเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2535 รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน และต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 พ.ค. กระทรวงมหาดไทยประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากบ้านในเวลา 21.00-04.00 น.

ต่อมาในเดือนพ.ค.ปี 2553 ช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน 3 เดือน ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ออกประกาศอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 (1) ของพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยการเคอร์ฟิวครั้งนี้ ไม่บังคับเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ครอบคลุมจังหวัดอื่นๆ ที่มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดง

จากม็อบการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกาะกินการเมืองไทยมายาวนาน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 พ.ค. 2557 พร้อมจัดตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาความไม่สงบภายในประเทศให้เป็นไปความเรียบร้อย และช่วงเย็นในวันเดียวกัน ได้ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2557 ได้ออกประกาศปรับเวลาเคอร์ฟิวใหม่ เป็นเวลา 00.01-04.00 น. เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน

การประกาศเคอร์ฟิว ยังเป็นแบบประเภท 3 เนื่องมาจากภัยด้านความมั่นคง จากกรณี พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ขณะนั้น ออกประกาศเร่งด่วนเพื่อควบคุมสถานการณ์เฉพาะหน้าในพื้นที่ อ.ยะหา และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จำนวน 4 ฉบับ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2550 หลังมีเหตุลอบวางระเบิดและลอบยิงประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากการประกาศใช้เคอร์ฟิวในประเภทแรกและประเภทที่สอง ซึ่งอยู่ท่ามกลางการต่อต้านรุนแรงจากประชาชนที่เห็นต่างมองว่าถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกทางการเมือง.

 

ที่มา: www.thairath.co.th

ติดตาม ข่าวสด ได้ที่เว็บไซต์ www.opcommander.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *